เปิดฤดูกาล พรีเมียร์ลีก 2026/27 มาแบบไม่สวยสำหรับ ไมเคิล คาร์ริก และลูกทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยจริง ๆ
ที่แย่กว่านั้นคือมันคือช่วงออกสตาร์ตที่ย่ำแย่ที่สุดของ ปีศาจแดง นับตั้งแต่ปี 1986 และเกมที่เสมอกับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ นัดล่าสุดก็สะท้อนภาพความฝืดที่กลับมาครอบงำ โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง
เจอทีมที่ยังไม่ชนะใครในฤดูกาลนี้ แมนยู ยังเล่นอึดอัดยาว ๆ และประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บนั้นก็ไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ
ต้องชม คาร์ริก ตรงที่อย่างน้อยเขาก็ออกมาเผชิญหน้ากับสื่อหลังเกม และไม่แก้ตัวแทนลูกทีมที่ขาดความกระตือรือร้น
การขอโทษหลังฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานเริ่มฟังไม่ขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น โซลชาร์, รังนิก, เทน ฮาก, อโมริม และตอนนี้ คาร์ริก... มันกลายเป็นวงจรเดิม ๆ
หนึ่งในคำวิจารณ์หลักต่อนักเตะ แมนยู หลายฤดูกาลหลังคือเรื่องความพยายามที่ไม่เต็มร้อย ซึ่งเป็นทัศนคติที่ไม่ควรมีอยู่ในการเล่นให้สโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ
มีนักเตะหนึ่งหรือสองคนที่ได้รับการยกเว้นจากคำวิจารณ์นั้น โดย บรูโน แฟร์นันด์ส กัปตันทีมยังแสดงให้เห็นถึงความอยากชนะในทุกเกม
น่าเสียดายจริง ๆ ที่เพื่อนร่วมทีมหลายคนดูจะไม่มีความมุ่งมั่นหรือค่านิยมแบบเดียวกันกับสิ่งที่ควรมีเมื่อสวมเสื้อตัวนี้
ดังนั้นรายงานจากสเปนที่ว่า แมนยู กำลังจับตามอง ฆูเลียโน ซิเมโอเน ของ แอตเลติโก มาดริด และจะเฝ้าดูเขาอย่างใกล้ชิดในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ระหว่างสองทีมคืนวันอังคาร จึงสมเหตุสมผลสุด ๆ
ลูกชายของโค้ช ดิเอโก ซิเมโอเน ไม่มีเส้นสายใด ๆ เพราะ ฆูเลียโน พิสูจน์แล้วว่า deserved ที่ได้เป็นตัวจริง
คุณสมบัติการต่อสู้ ร่างกายที่แข็งแกร่ง ความดุดัน ความทุ่มเทในการเพรสสูง และความหลากหลายในแนวรุก ล้วนเป็นองค์ประกอบในเกมของเขาที่จะเข้ากับ แมนยู ในเวลานี้แบบพอดีเป๊ะ
จะว่า โลส โรฆิบลังโกส ยอมขายหรือตัวนักเตะเองสนใจย้ายจากมาดริดที่อากาศอบอุ่นมาสู่แมนเชสเตอร์ที่ฝนตกหรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป
สิ่งที่ชัดเจนคือถ้าดีลเกิดขึ้นได้ ซิเมโอเน จะไม่ถูก เพราะเขามีสัญญากับ แอตเลติโก ถึงปี 2030 และความรักที่มีต่อสโมสรก็ชัดเจน
สมมติว่า ปีศาจแดง โน้มน้าวให้เด็กหนุ่มวัย 23 ปี ชาวอาร์เจนตินารายนี้ย้ายมา โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้ ทีม พรีเมียร์ลีก จะได้อะไรตอบแทน?
นับตั้งแต่ประเดิมสนามชุดใหญ่กับ แอตเลติโก ในปี 2022 ซิเมโอเน ลงเล่น 113 นัด เป็นตัวจริง 94 นัด รวมเวลาลงสนาม 7,504 นาที
14 ประตู กับ 19 แอสซิสต์ ทำให้เขาติดท็อป 10 ในสถิตินี้ของนักเตะทุกคนที่สวมเสื้อสโมสรในช่วง 5 ฤดูกาลที่ผ่านมา
อย่างที่คาดจากนักเตะที่ไม่กลัวการปะทะ เขาไม่ใช่คนขี้กลัวในดวลตัวต่อตัว โดยลงดวลไป 965 ครั้ง
แม้อัตราความสำเร็จจะอยู่ราว 50% ซึ่งไม่ใช่แย่ แต่ก็ยังดีกว่านี้ได้ เพราะชนะ 480 ครั้ง แพ้ 485 ครั้ง และเมื่อ พรีเมียร์ลีก ขึ้นชื่อว่าดุเดือดกว่า ลาลีกา ซิเมโอเน ต้องเพิ่มอีกสเต็ปถ้าอยากประสบความสำเร็จ
การเก็บบอลได้ 339 ครั้ง ในช่วงเดียวกันยังบ่งบอกถึงวิธีการทำงานที่ชัดเจน และอธิบายได้ว่าทำไมผู้บริหาร แมนยู ถึงสนใจในเวลานี้
อัตราเข้าสำเร็จ 64.63% (ชนะ 95 จาก 147 ครั้ง) เป็นรองแค่ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ กับ ฆูเลียน อัลบาเรซ แม้สองคนนั้นจะพยายามเข้าสกัดน้อยกว่ามากในช่วงเดียวกัน
การถูกทำฟาวล์ 145 ครั้ง เป็นอันดับ 4 ของทีม แอตเลติโก ทั้งหมด ขณะที่การเรียกจุดโทษได้ 3 ครั้ง มากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนไหน
เมื่อดูจากสไตล์การเล่นที่เน้นปะทะ การโดนใบเหลืองแค่ 12 ใบ ถือว่าน่าทึ่งมาก
ยกตัวอย่างเทียบให้เห็น อองตวน กรีซมันน์ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ยังโดน 16 ใบ ในช่วงเดียวกัน ส่วน มาร์กอส โยเรนเต มิดฟิลด์สายลุยเก็บไป 29 ใบ คำว่าเหนียวแต่ยุติธรรมจึงน่าจะอธิบายสไตล์การเล่นของ ซิเมโอเน ได้ดี
อัตราจ่ายบอลสำเร็จ 80.44% จริง ๆ แล้วเป็นหนึ่งในตัวเลขที่ต่ำของทีม แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ แมนยู มีในตอนนี้ ที่หลายคนก็ได้ตัวเลขใกล้เคียงกัน ดาวเตะอาร์เจนตินารายนี้ก็ไม่น่าอาย
โดยรวมแล้ว ซิเมโอเน น่าจะเป็นการเสริมทัพที่ดีให้ แมนยู ที่ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ อีกชุด และฟอร์มของเขาในเกมคืนวันอังคารกับ ปีศาจแดง อาจกำหนดทิศทางก้าวต่อไปของสโมสรได้เลย